กรุงเทพมหานคร รวมพลังแนวร่วมโครงข่าย ร่วมปิดไฟ 1 ชั่วโมง ประกาศความตั้งใจแก้ไขสภาพแวดล้อม 4 ด้าน


กรุงเทพมหานคร รวมพลังพรรคโครงข่าย ร่วมปิดไฟ 1 ชั่วโมง ประกาศความตั้งใจจัดการกับปัญหาสภาพแวดล้อม 4 ด้าน
เวลา 19.30 น. วันที่ 27 เดือนมีนาคม พล.ตำบลท.งาม พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่ากรุงเทพฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2021)” Speak Up for Nature หรือ “ปลุกพลังให้โลกที่พวกเรารัก ยืนหยัดเพื่อธรรมชาติ” โดยชักชวนทุกภาคส่วนปิดไฟที่ไม่มีความสำคัญ ตรงเวลา 1 ชั่วโมง ในวันเสาร์ที่ 27 มี.ค. 2564 ระหว่างเวลา 20.30 – 21.30 น. พร้อมด้วยประเทศต่างๆทั่วทั้งโลก ซึ่งมีกว่า 7,000 เมือง จาก 190 ประเทศ ร่วมปิดไฟ โดยมี นายชาตรี วัฒนเฉจร รองปลัดกรุงเทพฯ นายวิรัตน์ ใจสนิทตระกูล ผู้อำนวยการสำนักสภาพแวดล้อม พิมพ์ภาวดี พหลโยธิน ประธานข้าราชการบริหาร WWF เมืองไทย ผู้แทนหน่วยงานอีกทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน รวมทั้งประชากร ร่วมพิธีการในรอบๆลานสแควร์ D ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตนิลุบลวัน
ดังนี้ กิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน หรือ Earth Hour เริ่มโดย WWF ประเทศออสเตรเลีย (World Wide Fund for Nature หรือกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล) ซึ่งเป็นหน่วยงานอนุรักษ์สภาพแวดล้อมระหว่างชาติ จัดขึ้นหนแรกในปี 2550 ที่เมืองซิดนีย์ โดยมีเป้าประสงค์เพื่อรณรงค์ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วยกันปิดไฟดวงที่ไม่มีความสำคัญ 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน เป็นการกระตุ้นความสำนึก และก็ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการกระทำ การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าภายใต้ความร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วน เพื่อแสดงพลังของคนทั้งโลก ที่ตระหนักถึงปัญหาสภาวะโลกร้อน แล้วก็พร้อมที่จะขจัดปัญหาด้วยกันอย่างเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมในส่วนของจังหวัดกรุงเทพได้จัดงานกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน คราวแรกเมื่อปี 2551 ร่วมกับโครงข่าย 35 หน่วยงาน ที่ร่วมลงชื่อในคำสาบานเกี่ยวกับการลดสภาวะโลกร้อนรวมทั้งได้ดำเนินกิจกรรมโดยตลอด ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 14 และก็มีหน่วยงานโครงข่ายเพิ่มมากยิ่งกว่า 160 หน่วยงาน

ซึ่งผลของการดำเนินงานดำเนินกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน โดยในปีนี้ WWF ได้ระบุหัวข้อแคมเปญการรณรงค์โปรโมทหมายถึงSpeak Up for Nature หรือ “ปลุกพลังให้โลกที่พวกเรารัก ยืนหยัดเพื่อธรรมชาติ” เพื่อทุกภาคส่วนมองเห็นจุดสำคัญรวมทั้งร่วมมือกันขจัดปัญหาสภาวะโลกร้อนจัดขึ้น รวมทั้งในปีนี้เป็นปีแรกที่จ.กรุงเทพฯได้เชิญฝ่ายโครงข่ายแล้วก็ทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ลดภาวการณ์โลกร้อน โดยมีการประกาศเจตนารมณ์ (Letter of Intent) ด้วยกันของหน่วยงานโครงข่าย ปริมาณ 13 หน่วยงาน ที่มีเป้าหมายจัดการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมร่วมกับจังหวัดกรุงเทพ 4 ด้าน ดังเช่นว่า (1) ด้านการขนส่งมวลชน (2) ด้านพลังงาน (3) ด้านพื้นที่สีเขียว แล้วก็(4) ด้านการจัดการขยะมูลฝอย ซึ่งการจัดกิจกรรมมีโครงข่ายให้การช่วยเหลือ เป็นต้นว่า WWF เมืองไทย ร่วมสนับสนุนการรณรงค์ลดสภาวะโลกร้อน ร่วมด้วยกฟน. เกื้อหนุนการคำนวณจำนวนการใช้กระแสไฟฟ้า บริษัท กรุ๊ปเซ็นทรัล จำกัด เอื้อเฟื้อสถานที่รวมทั้งมอบเสื้อสวมรณรงค์ CP-All, สโมสรแบงค์ไทย, BTS, MRT และก็อีกหลายหน่วยงาน และสื่อมวลชนได้ส่งเสริมการรณรงค์โปรโมทผ่านสื่อต่างๆเพื่อทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรมปิดไฟที่ไม่สำคัญ ประหยัดพลังงาน
รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ พูดว่า เป็นที่น่าดีใจที่กิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2021)” ได้ทำงานมาเป็นปีที่ 14 แล้ว ซึ่งตลอดเวลา 13 ปีให้หลังกรุงเทพฯ ร่วมกับ WWF เมืองไทย กฟน. รวมทั้งฝ่ายโครงข่ายทุกภาคส่วน รวมทั้งพลเมือง ด้วยกันส่งเสริมให้กิจกรรมดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วดำเนินงานมาโดยตลอด เป็นเหตุให้เกิดพลังความร่วมแรงร่วมใจเยอะขึ้นเรื่อยๆทุกปี รวมทั้งสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งลดการใช้กระแสไฟได้ในระดับหนึ่ง สำหรับปีนี้ในส่วนของจังหวัดกรุงเทพได้จัดสถานที่สำหรับการปิดไฟเชิงเครื่องหมาย หรือ Landmark ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ 5 ที่ ดังเช่นว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัง) วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร สะพานพระราม 8 เสาชิงช้า รวมทั้งเทือกเขาทองคำ (วัดสระผมราชวรมหาวิหาร) รวมทั้งยังมีผู้ประกอบกิจการ ผู้ครอบครองตึก ในพื้นที่ 50 เขต ร่วมปิดไฟเชิงเครื่องหมายอีก 116 ที่ รวม 121 ที่ แล้วก็ถนนหนทาง 100 สาย
รวมทั้งเชื้อเชิญพ่อแม่พี่น้องทุกภาคส่วนทั้งยังในจ.กรุงเทพฯ รวมทั้งทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักรด้วยกันปิดไฟที่ไม่มีความสำคัญ ถอดปลั๊กไฟฟ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้งาน ลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศ ตรงเวลา 1 ชั่วโมง และก็ร่วมแชร์การมีส่วนร่วมกิจกรรมปิดไฟผ่านโซเซียลมีเดียด้วยการตำหนิดแฮชแท็กใจความ #connect2earth (คอนเนคทูเอิร์ธ) หรือ #SpeakUpForNature (สปีคอัพฟอร์เนพบร์) หรือ #BangkokSustainability (กางงค็อก ซัสเทน อบิลิตี้) รวมทั้ง #ปิดเพื่อโลกแปลงเพื่ออนาคต เพื่อร่วมเป็นต้นแบบประหยัดพลังงานผ่านกิจกรรมต่างๆซึ่งชี้ให้เห็นถึงการรวมพลังความพร้อมเพรียงรวมทั้งความตั้งอกตั้งใจรวมทั้งลงมือปฏิบัติเพื่อจัดการกับปัญหาสภาวะโลกร้อนอย่างเป็นจริงเป็นจังของชาวไทยให้กระจ่างแก่สายตาชาวโลก ซึ่งการจัดการปัญหาภาวการณ์โลกร้อนจำเป็นจะต้องแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมในทุกๆด้าน ขอชื่นชอบรวมทั้งขอขอบพระคุณในความร่วมแรงร่วมมือของกลุ่มโครงข่ายและก็ทุกภาคส่วน ที่ร่วมดำเนินกิจกรรมรณรงค์โฆษณา
ซึ่งทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีการลดการก่อให้กำเนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นลำดับต้นๆนำมาซึ่งการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของพ่อแม่พี่น้อง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดี รวมทั้งถ้าทุกคนตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างมีคุณภาพรวมทั้งร่วมรักษาพลังงานด้วยการกระทำให้เป็นวิถีชีวิตทุกวัน ตัวอย่างเช่น ถอดปลั๊กไฟทุกหนถ้าหากไม่ใช้งาน ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเท่าที่มีความจำเป็น รวมทั้งปิดไฟที่ไม่ใช้งานทุกคราวอย่างสม่ำเสมอ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดสำหรับในการนำพาให้เมืองไทยพ้นวิกฤติด้านการใช้กำลังไฟฟ้าแล้วก็จะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยโลกของพวกเราจากปัญหาโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published.