อาศรมไม่วสิก : บ้านเอื้อมอารีย์ พื้นที่ใหม่ของคนดนตรี


นักเขียนสุกรี เจริญก้าวหน้าสุข
อาศรมไม่วสิก : บ้านเอื้อมอารีย์
พื้นที่ใหม่ของคนดนตรี
เมื่อเกษียณอายุออกไปจากภาระติดพัน ก็มีความคิดว่าตัวเบา ลอยไปลอยมาดุจสัมภเวสี ตอนต้นก็รู้สึกแปลกๆเนื่องจากไม่เคยตัวเบาแบบงี้มาก่อน ความรู้สึกราวกับหลุดจากความเป็นทาสที่ได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระชน ใหม่ๆก็ไปไม่เป็น ทำอะไรผิด ได้ไปขอคำแนะนำหมอดู หาพราหมณ์เป่ามนต์ อาบน้ำมนต์หมอปราบผี หาแพทย์ทำขวัญ ทำเหรียญบิดาแก่ ทำเหรียญพระคเณศ เปลี่ยนแปลงเบอร์โทร จำเป็นต้องสร้างบริวารใหม่ด้วยเหตุว่าหมอดูทักว่าเป็นอาการพวกบริวารเป็นพิษ จำเป็นต้องปรับลักษณะท่าทางใหม่ สวมเสื้อผ้าใหม่ ทำบุญทำทานให้ทาน นั่งวิปัสสนา ครู่หนึ่งหนึ่งก็ได้สติ
วันที่ 18 เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช2562 ตกลงใจก่อสร้างบ้านเอื้อมอารีย์ โดยการทำพิธีการบอกไหว้ที่ ได้ตอกเสาเข็มสร้างตึกสอนดนตรีเด็ก สร้างห้องแสดงดนตรี พร้อมทำบุญทำทานเส้นไหว้ผูกเสาฤกษ์ ในวันที่ 5 เดือนมีนาคม พุทธศักราช2563 เดิมอยากขยายห้องเรียนเด็ก อายุ 0-3 ขวบ เนื่องจากว่าสถานศึกษาสอนดนตรีเอื้อมอารีย์มีนักเรียนเข้ามาเรียนมากมาย ห้องเรียนดนตรีเด็กนับว่าเป็นสิ่งใหม่ใหม่ ผลิตขึ้นเพื่อปรับปรุงเด็กตัวเล็กๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สถานที่เรียนสอนดนตรีเอื้อมอารีย์ ทำงานโดย คุณครูตขว้างลิน เจริญก้าวหน้าสุข รวมทั้งคุณครูหัวใจทอง ก้าวหน้าสุข ซึ่งเป็นคุณครูสอนดนตรีคลาสสิก เมื่อผมไม่มีงานทำก็ได้เข้าไปช่วยเพื่อปรับปรุงสถานศึกษาดนตรี แม้ว่าจะทำอะไรมิได้มากสักเท่าไรนัก แต่ว่าก็เป็นอย่างยิ่งเสริม ช่วยจัดแจงแสดงดนตรีและก็คิดกิจกรรมประดิษฐ์ดนตรี
บ้านเอื้อมอารีย์ เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นตามชื่อของแม่ผู้ให้กำเนิด “เอื้อม” เป็นชื่อของแม่เอื้อม เจริญรุ่งเรืองสุข ส่วนชื่อ “อารีย์” เป็นชื่อของแม่ยาย บ้านเอื้อมอารีย์ก็เลยเป็นบ้านที่ให้ความรักแล้วก็มอบความประสงค์ดี สัมผัสกับความอบอุ่น สร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจแล้วก็ให้ความคาดหวัง สร้างแรงผลักดันแล้วก็จุดประกายจินตนาการ โดยใช้เพลง
วันที่ประกอบพิธีหล่อเสาฤกษ์ที่บ้านเอื้อมอารีย์ ได้นิมนต์หลวงพ่อวันชัย (พระอุดมวิวัฒนาการ) เจ้าอาวาสวัดหนองงูเหลือม จากจังหวัดชลบุรี มาประกอบพิธีเพื่อเป็นมงคล มีญาติมิตรร่วมบุญ เป็นการเริ่มชีวิตใหม่ที่อบอุ่น ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น ต้องการมองเห็นตึกดนตรีใหม่ ต้องการเห็นภาพเด็กๆที่เล่นดนตรี ได้ยินเพลงที่มีคุณภาพ ดนตรีที่มีชีวิต บ้านเอื้อมอารีย์จะเป็นหลักที่ใหม่ในการปรับปรุงดนตรีและก็อาชีพดนตรี
วันที่ 18 มี.ค. พุทธศักราช2563 รัฐบาลประกาศปิดประเทศเนื่องจากโรคระบาดวัววิด-19 การก่อสร้างก็จำต้องหยุดลง ทุกคนตื่นกลัวโรคระบาด เพียรพยายามพยุงให้การก่อสร้างดำเนินไป ในเวลาที่การออกแบบ การปรับแบบตามสิ่งที่จำเป็นของสโผลงปนึก ซึ่งมีจินตนาการแตกหน่อใหม่วันแล้ววันเล่า เพื่อหาจุดพอดีกับข้อจำกัดใหม่ ข้อกำหนดเรื่องพื้นที่ที่มีขนาดเล็ก 116 ตารางวา งบประมาณมีน้อย ช่วงก่อสร้างที่ตรากตรำ การก่อสร้างช้าหรือเร็วก็ขึ้นกับเงิน แม้กระนั้นก็มีจุดเด่นอยู่บ้างเช่นเดียวกันหมายถึงการรวมหัวของผู้ที่มีประสบการณ์แล้วก็ใช้หัวจิตใจทำงานด้วยกัน
บ้านเอื้อมอารีย์มีห้องแสดงดนตรีขนาดเล็ก พื้นที่ 128 ตารางเมตร (16 x 8 เมตร สูง 7 เมตร) ดีไซน์เพื่อเล่นดนตรีที่ใช้เสียงสดธรรมชาติ เช่น การแสดงคนเดียว แสดงคู่ การแสดงดนตรีวงเล็ก วงดุริยางค์เครื่องสายไม่เกิน 30 คน วงดนตรีประจำถิ่น ดนตรีนานาประเทศ โดยออกเสียงวงดนตรีไว้กึ่งกลาง คนฟังนั่งรอบนักเล่นดนตรี รวมนักเล่นดนตรีรวมทั้งคนฟังได้ 80 คน ฝาห้องบุด้วยไม้ตะหาม มีไม้ระแนงดักเสียงกังวาน มีฉนวนกันความร้อนรวมทั้งกันเสียงที่ก่อกวน พื้นของห้องปูด้วยไม้ตะหาม (เก่า) พื้นเรียบไม่ชูเวที นักเล่นดนตรีสามารถเลือกจะรวมกลุ่มแบบไหนก็ได้

บ้านเอื้อมอารีย์ ดีไซน์โดยนักแสดงแห่งชาติ คุณชาตรี ลดาลลิตสกุล ควบคุมการก่อสร้างโดยวิศวกรผู้มีประสบการณ์ คุณประเสริฐ เกียรติยศสุขศรี ดีไซน์ระบบเสียงโดย คุณสราวุฒิ โสนะมิตร นักออกแบบผู้ชำนาญวิธีการทำห้องดนตรีที่ปรารถนาเสียงธรรมชาติ มีเปียโนข้างหลังใหญ่แบรนด์ยามาฮ่า (C-7 XE) สามารถบันทึกเสียงที่ส่งออกผ่านระบบออนไลน์เพื่อเชื่อมต่อรวมทั้งติดต่อสื่อสารกับโลก โดยไม่ต้องมีผู้ชมในห้อง
การออกแบบห้องดนตรีเพื่อใช้เสียงธรรมชาติเป็น ไม่ใช้เครื่องกระจายเสียง กระจายเสียงจากกึ่งกลางห้องให้มีค่าความก้องเสียงอยู่ที่ 1.25 วินาที เมื่อเสียงออกมาจากต้นกำเนิดเสียงไปถึงหูคนฟัง ถ้าเกิดมีเสียงที่ยาวกว่านั้น เสียงก็จะก้อง ทำฝาผนังบุไม้จะช่วยทำให้เสียงเพลงสั้น นุ่ม แล้วก็กังวาน ซึ่งนับว่าเป็นมาตรฐานของความเพราะ หากว่าเสียงยังยาวอยู่ก็จำเป็นต้องใส่ไม้ระแนงเพิ่ม เมื่อพบว่าเสียงยังยาวอยู่อีก ก็เลยใช้ผ้ายีนส์ย้อมครามจากจ.สกลนคร โดยการเอาผ้ายีนส์หุ้มห่อฟองน้ำปะติดฝาบ้านแทนไม้ระแนง เพื่อดูดซึมเสียงลดความก้อง เป็นแนวทางที่ทำให้เสียงสั้นลง ลดความกังวาน ซึ่งมีพื้นที่อยู่ 2 ตอน ช่วงละ 3 เมตร รวมพื้นที่ผ้ายีน 18 ตารางเมตร
การตั้งเวทีจากมุมไหนของห้องก็ได้ จุดเด่นก็คือผู้ชมนั่งอยู่ในด้านตรงกันข้ามเวที แต่ว่าผู้กระทำระจายเสียงจะด้อยกว่าการจับกลุ่มกึ่งกลางเวทีบางส่วน สำหรับระบบเสียงสำหรับการถ่ายทอดสด มีไมค์ 2 จำพวกหมายถึงไมค์สำหรับโฆษก เป็นไมค์ลอย ขยายเสียงโดยมีลำโพงที่มุมห้อง ตั้งไว้ 4 จุด แนวทางที่ 2หมายถึงใช้ไมค์รับเสียงเพื่อการถ่ายทอดหรือเพื่อการบันทึก วางตำแหน่งไมค์ไว้ 4 จุด อยู่เหนือเวทีกึ่งกลาง เหมาะสมกับการถ่ายทอดสด สัญญาณที่ส่งไปยังเครื่องอัดเสียง (mixer) ที่มุมห้อง สามารถดึงเสียงที่มีคุณภาพจากเครื่องบันทึกนี้ได้

บ้านเอื้อมอารีย์ตั้งอกตั้งใจใช้เป็นห้องแสดงดนตรีสำหรับคนทุกวัย เด็กที่มีความรู้ความเข้าใจ ผู้ไม่ค่อยได้รับโอกาศ ดนตรีสำหรับผู้สูงอายุ วงร้องประสานเสียง วงดนตรีลูกผสม เป็นหลักที่ฟังเพลงที่มีคุณภาพ ทั้งปวงลงเก่า เพลงหายาก เพลงที่ต้องการฟัง บ้านเอื้อมอารีย์เป็นเวทีแข่งขันดนตรีของเยาวชน ทั้งยังระดับประเทศรวมทั้งระดับประเทศ เป็นบันไดให้เยาวชนคนเก่งได้แข่งขันความสามารถ ตั้งมาตรฐานการแข่งขันที่มีคุณภาพ เป็นเวทีที่ทรงเกียรติเชื่อถือได้ เพื่อสร้างเชื่อถือซึ่งเกิดเรื่องฐานรากของอาชีพดนตรี ให้เด็กได้ก้าวไปสู่ความเป็นนักเล่นดนตรีในระดับสากล
บ้านเอื้อมอารีย์เป็นห้องฝึกหัด เป็นห้องแสดง แล้วก็เป็นห้องบันทึกเสียงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ซึ่งเป็นวงออเคสตราอาชีพ โดยสะสมนักเล่นดนตรีที่มีฝีมือเพื่อการอัดเสียง การแสดงผลงานใหม่ เล่นเพลงประกอบภาพยนตร์ เพลงสารคดี ดนตรีประกอบการ์ตูน เพลงประชาสัมพันธ์ นำเพลงไทยแล้วก็ดนตรีประจำถิ่นมาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นเพลงสำหรับวงออเคสตรา
บ้านเอื้อมอารีย์เป็นหลักที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกบ้านแขกเมืองทางดนตรี เป็นเวทีแสดงดนตรีเพื่อเชื่อมความเกี่ยวพันเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกัน ตั้งแต่เพลงพื้นบ้าน ดนตรีประจำชาติ ดนตรีแฟชั่น ดนตรีนานาประเทศ ดนตรีแจ๊ซ ดนตรีคลาสสิก เฉพาะดนตรีที่ใช้เสียงธรรมชาติ ซึ่งยังเปิดพื้นที่ให้กับดนตรีที่ประดิษฐ์เสียงใหม่ หรือดนตรีทดสอบ ฯลฯ ด้วยเหตุว่าจะได้ปรับปรุงความสามารถแล้วก็เป็นการเปิดเวทีให้กับอาชีพดนตรี
บ้านเอื้อมอารีย์ เป็นหลักที่ใหม่ของคนดนตรี เป็นลู่ทางที่มากขึ้น เพลงภายหลังวัววิด-19 จะแปรไป ก็เลยต้องหาหนทางใหม่ จำเป็นต้องเชื่อมโยงแล้วก็ติดต่อกับโลก เด็กรุ่นใหม่สามารถเห็นดนตรีของโลก เข้าถึงโลกได้โดยไม่ต้องไปวิ่งตามโลก เด็กไทยแบบใหม่ได้เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่ตอนแรกกำเนิด (0-3 ขวบ) ซึ่งได้เจริญไปทันยุคทันสมัยแล้ว เมื่อเด็กอายุได้ 3-5 ขวบ สามารถที่จะขึ้นแสดงบนเวที เด็กมีความกล้าหาญชาญชัยและก็มีฝีมือ บิดามารดามีกำลังรวมทั้งให้การเกื้อหนุนลูกเรียนดนตรี ดนตรีแปลงเป็นหุ้นส่วนของชีวิต ซึ่งเป็นใบหน้าใหม่ของการเล่าเรียนดนตรีในประเทศไทย
ครูสอนดนตรีเป็นอาชีพใหม่ซึ่งสามารถเลี้ยงชีวิตได้ นักเล่นดนตรีนั้นเป็นอาชีพเก่า แม้กระนั้นจะต้องจัดแจงใหม่กับอาชีพ เนื่องจากว่าจะต้องสร้างพื้นที่หาเลี้ยงชีพแบบใหม่ ยังมีอาชีพช่างดนตรี ทั้งยังช่างเสียงรวมทั้งช่างซ่อม รวมอาชีพธุรกิจดนตรีซึ่งเปิดกว้างเยอะขึ้น โรคระบาดวัววิด-19 ทำให้อาชีพดนตรีจำเป็นต้องปรับนิสัยข้ามเขต ซึ่งไม่มีข้อแม้และก็ไม่มีความจำกัด ดนตรีจะต้องดำเนินการติดต่อกับโลก พื้นที่อาชีพดนตรีได้ขยายกว้างออกไป ลำพังในประเทศไทยนั้นแคบไปแล้ว
เมื่อก่อนนักเล่นดนตรีประจำถิ่นไม่มีราคาค่าจ้าง นักเล่นดนตรีไทยราคาไม่แพง นักเล่นดนตรีสากลราคาสูงกว่านักดนตรีไทย
นักเล่นดนตรีฝรั่งค่าตอบแทนแพงกว่าคนประเทศไทย แม้กระนั้นวันนี้นักเล่นดนตรีทุกหมวดหมู่แพงค่าตอบแทนไม่ได้ต่างอะไรกัน เพียงแค่มีฝีมือและก็มีคุณภาพทำให้ค่าตอบแทนเสมอภาค บ้านเอื้อมอารีย์เป็นหนทางเล็กๆซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสังคมดนตรีโลก ลดช่องว่างของความแตกต่างเรื่องราคาและก็ค่าตอบแทน การแข่งขันดนตรีเด็กนานาประเทศ การแสดงสดและก็การแสดงผ่านสื่อออนไลน์ โดยจะเปิดการแสดงทีแรก ในวันที่ 5 เดือนมีนาคม พุทธศักราช2564 เวลา 18.00 นาฬิกา
บ้านเอื้อมอารีย์ สร้างเป็นตึกอารยสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีที่จอดรถพอเพียง ให้ความสบายและก็เป็นมิตรกับคนทุกวัย แม่ท้อง เด็กน้อย ผู้สูงวัย คนไม่สมประกอบ มีลิฟต์ขึ้นตึก 2 ชั้น มีรายการดนตรีที่หาดูได้ยาก เป็นหลักที่ของคนที่สืบหาแล้วก็คร่ำครวญหาดนตรี แม้ไปดูมิได้ก็เปิดโทรศัพท์มือถือมอง บ้านเอื้อมอารีย์เป็นช่องผู้ชมที่ข้ามเขต

Leave a Reply

Your email address will not be published.